บทที่1 : จุดเริ่มต้น (Part 1)
บทที่1 : จุดเริ่มต้น
เอกอี้ เอก เอ๊ก!! พั่บ! เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในเช้าวันหนึ่ง แล้ก็ดับไปแทบจะทันทีเช่นทุกวัน
เด็กหนุ่มนักเรียนชั้นม.ต้นปีสุดท้าย ผู้ที่ซึ่งเสียงนาฬิกาปลุกไม่สามารถทำอะไรเค้าได้ กำลังหลับอุตุอยู่บนที่นอน ในห้องนอนที่มีเพียง เตียง โต๊ะเขียนหนังสือที่มีหนังสือวางกองเต็มไปหมดจนล้นมาถึงที่พื้น และตู้เสื้อผ้าตู้เล็กๆอีก1ตู้เท่านั้น
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง เสียงบีบแตรอย่างบ้าคลั่งก็ดังขึ้นจนปลุกเขาจากห้วงแห่งความฝัน พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบนาฬิกามาเพื่อดูเวลา
"ชิบหายแล้ว!! หกโมงแล้วหรอวะเนี่ย" เด็กหนุ่มสบถพร้อมกับเด้งตัวลุกจากที่นอน รีบวิ่งล้างหน้าแปลงฟันและแต่งตัวไปโรงเรียนในทันที
ห้านาทีต่อมา เด็กหนุ่มผู้ตื่นสายก็พร้อมอยู่บนรถตู้รับส่งนักเรียน เจ้าของเสียงแตรที่ปลุกเขาได้สำเร็จนั่นเอง
“ฟู่.. คิดว่าจะไม่ทันซะแล้ว” เด็กหนุ่มพูดพร้อมกับหอบหายใจ
“ไม่ทันเอ็งก็ไปรอขึ้นรอสองสิ จะไปยากอะไร” ชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด ที่กำลังเข้าเกียร์ออกรถตอบกลับมา
“ไม่ได้ดิน้า วันนี้ผมเป็นเวรจราจรด้วย ขืนไปสายก็งานเข้าสิครัช” เด็กหนุ่มตอบพร้อมกับกำลังม้วนผ้าพันคอลูกเสือของตัวเอง
“ถ้างั้นเอ็งก็หัดตื่นให้มันเช้ากว่านี้สิวะ เดือดร้อนคนอื่นเค้านะเนี่ยรู้ไหม” คนขับรถตู้ต่อว่าด้วยความละอา
“คร้าบๆ ขอโทษคร้าบบ เอางี้ละกัน ไว้วันหลังผมจะตื่นให้เช้ากว่านี้อีกซัก 5 นาทีแล้วกันนะ” เด็กหนุ่มตอบพร้อมยิ้มกว้างให้จากที่นั่งข้างคนขับ เมื่อได้ยินดังนั้น คนขับรถตู้จอมบีบแตรก็หันมาทำท่าจะต่อว่าอีกครัง แต่เมื่อเด็กจอมขี้เซาเอามือประสานไว้ที่ท้ายทอยทำท่าจะหลับต่ออีกครั้ง ก็ได้แต่ส่าหน้าในความกะล่อนของเด็กชายที่อยู่ตรงหน้า
เมื่อมาถึงโรงเรียนที่ผู้คนยังคงบางตา เนื่องจากยังเช้าอยู่ ด้วยความที่ยังเหลือเวลาก่อนที่จะต้องไปทำหน้าที่จราจรในตอนเช้า เด็กหนุ่มในชุดลูกเสือสีกากีเข้ารูปและรองเท้าหนังเงาแว๊บจึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปโรงอาหารเพื่อรับประทานอาหารเช้า ก่อนที่จะออกไปประจำตำแหน่งและเริ่มงานจราจรที่หน้าประตูโรงเรียนอย่างสบายอารมณ์
ในที่สุด รถเก๋งสีเขียวทับทิมคันใหญ่ที่เขารอคอยก็มาถึง เข้ายกมือขึ้นทำความเคารพหญิงวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐาน ที่อยู๋ในตำแหน่งคนขับ ก่อนที่จะหันไปยิ้มให้กับเด็กสาว ที่พึ่งลงจากรถคันนั้น
“ไงเบลล์ สายอีกแล้วนะวันนี้”
“อ่าว อรุณสวัสดิ์วินด์ พอดีวันนี้รถมันติดนิดหน่อยอ่ะ” เด็กสาวตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เขาใจสั่น
“อื้ม เราเข้าใจ เบลล์รีบไปเถอะ เดี๋ยวจะเข้าแถวไม่ทัน”
“จ่ะ งั้นเราไปก่อนนะ สู้สู้” เด็กสาวร่างบางตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะเดินจากไป
เบลล์ เด็กสาวผู้เป็นดาวเด่นประจำรุ่น ด้วยความที่เป็นคนหน้าตาดี เรียนเก่ง กีฬาได้ อีกทั้งยังเป็นคนอัทยาศัยดี และเป็นมิตร จึงทำให้เป็นที่รักของคนรอบข้าง
วินด์ได้รู้จักกับเธอเมื่อประมานหนึ่งปีที่แล้ว จากการแนะนำโดยเพื่อนของเขา จนได้เป็นเพื่อนพูดคุยกันบ่อยๆ ทั้งตอนเช้า และ หลังเลิกเรียน และเข้าก็ได้ตกหลุมรักเธอเข้าจนได้
‘เฮ้ออ~~ แค่นี้ก็สดชื่นไปทั้งวันแล้ว’ เด็กหนุ่มคิดในใจ พร้อมกับถอนหายใจอย่างมีความสุข..
-----------------------------------------------------
“สายลม สายลม นายสายลม!!” วัตถุทรงกระบอกสีขาวขนาดประมานสองข้อนิ้ว พุ่งตรงเข้ามาใส่นายสายลม หรืออีกชื่อก็คือวินด์นั่นเอง ทำให้เขาหลุดออกมาจาภวังค์แห่งห้วงนิทราในที่สุด วินด์หยิบวัตถุสีขาวที่ปลุกเขาขึ้นมาดู ซึ่งก็คือชอล์คเขียนกระดานนั่นเอง
“หลับแล้วยังจะอุส่าทำท่าเหมือนจดอยู่ได้อีกนะนายสายลม”
มือขวางชอล์คที่กำลังยืนกอดอกอยู่หน้ากระดานดำพูดขึ้น
“ความสามรถพิเศษน่ะครับอาจารย์ อาจาย์เป็นคนแรกเลยนะเนี่ยที่จับได้ นับถือๆ” วินด์พูดพร้อมกับทำท่าทำความเคารพแบบหนังจีน เรียกเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆจากรอบข้างให้หลุดออกมา
“ถ้างั้นก็ออกมายืนหน้าห้องเดียวนี้เลย ยืนไปจบกว่าจะหมดคาบนะ ห้ามไปไหน” หญิงวัยสี่สิบปลายๆในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม สั่งในขณะที่หน้าของเธอแดงด้วยความโกรธ
กรี๊งงงงงงงงงงง!!! แต่แล้วเสียงออดหมดคาบเรียนก็ดังขึ้นช่วยชีวิตนายสายลมจอมกระล่อนได้ทันเวลาพอดี
“อ่าว หมดคาบพอดีเลยนี่ครับอาจารย์ งั้นผมไปได้แล้วสินะ พอดีต้องรีบไปเป็นจราจรที่หน้าโรงเรียน สวัสดีครับอาจารย์”
วินด์โกยของลงในเป้เสร็จก็รีบเผ่นออกจากห้องทันที ทำเอาคู่กรณีตั่งตัวไม่ทัน
----------------------------------------------------
เมื่อท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี จำนวนผู้คนในโรงเรียนก็เริ่มเบาบางลง วินด์ที่กำลังเดินขึ้นพักบนซุ้มศาลาที่เค้านั่งประจำกับกลุ่มเพื่อน หลังจากเล่นบาสมาจนตัวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เค้าก็เหลือบไปเห็นนางในดวงใจของเขากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ด้านในซุ้ม เขาจึงทักออกไปว่า
“อ่าวเบลล์ ยังไม่กลับอีกหรอ? วันนี้แม่มารับช้าจังเนอะ”
“อื้ม สงสัยคงติดงานล่ะมั้ง” เบลล์ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม
“อ่าว! พูดถึงก็มาพอดีเลย” หญิงสาวพูดขึ้นเมื่อเห็นรถเก๋งสีเขียวกำลังแล่นเข้ามาจอดภายในโรงเรียน และก้มลงเก็บของ
“อ่ะนี่ Happy birthday นะวินด์” เบลล์วางกล่องของขวัญสีฟ้าขนาดเกื่อบเท่าฝ่ามือลงบนโต๊ะตรงหน้าเจ้าของวันเกิด ที่กำลังมองไปที่มันด้วยความประหลาดใจ
“อ่ะ!! ขะขอบคุณครับ”
“รู้ได้ไงอ่ะ ว่าวันนี้วันเกิดเรา?” วินด์เงยหน้าขึ้นมาถามหลังจากสติกลับมาแล้ว
“อ๋อ หนุ่มบอกเราน่ะ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว”
“งั้นเราไปก่อนน้า มีความสุขมากๆ ^^~ ไปก่อนนะหนุ่ม” เด็กสาวบอกลาเด็กหนุ่มทั้งสองที่เหลืออยู่ในซุ้ม ก่อนที่จะวิ่งเหยาะๆไปที่รถ
“โชคดีนะเบลล์ แล้วเจอกัน” วินด์บอกลาเด็กสาวที่หันกลับมายิ้มและโบกมือลา
“ไง ขอบคุณกูรึยังล่ะ” เด็กหนุ่มรู้ร่างผอม ผิวขาวเหลือง ที่กำลังนั่งเล่นกีต้าร์อยู่ฝั่งตรงข้ามกับวินด์พูดขึ้น
“ขอบพระคุณอย่างสูงครับลูกเพ่ เดี๋ยวเย็นนี้กูเลี้ยงข้าวเลยโอเคไหม” วินด์ที่กำลังชื่นชมของขวัญซึ่งเป็นผลึกแก้วสามมิติ ด้านในมีฟองละเอียดสีขาวเป็นรูปนกอินทรีกำลังกางปีกขณะโฉบลงจับเหยื่อ
“แล้วเมื่อไรมึงจะบอกชอบเค้าไปซะทีวะ มัวชักช้าเดี๋ยวก็โดนหมาคาบไปแดร๊กหรอก” หนุ่มเพื่อนสนิทที่สุดของเขา และรู้ใจมากที่สุด(มากเกินไปด้วยซ้ำ) เพราะเรียนห้องเดียวกันมาตั่งแต่ม.1 พูดเปิดประเด็นขึ้น
“ก็กูไม่รู้จะบอกเค้ายังไงนี่หว่า”
“อีกกย่าง กูรู้สึกยังไม่คู่ควรกับเค้าเลย ยังกะหมามองเครื่องบินเลยกู” เด็กหนุ่มระบายความในใจ
“มึงไม่กล้าบอก งั้นกูบอกให้ไหมล่ะ” หนุ่มเสนอ
“ไม่ต้องเลยไอ้สัด”
“ทีมึงก็ยังไม่เห็นบอกชอบสวยเลยนี่หว่า เรามันก็พวกเดียวกันแหละว้า” วินด์ตอบจี้ใจดำเพื่อนสนิท
“มันไม่เหมือนกันเว้ย รายนั้นเค้ารู้อยู่แล้วแค่ทำเหมือนไม่มีอะไร” หนุ่มแก้ต่างให้ตัวเอง
“เออๆ เอาเถอะ จะมืดแล้วกลับกัน จะได้แวะหาอะไรกินด้วย” วินด์ตัดบท พร้อมกับลุกขึ้นหยิบเป้ขึ้นสะพายเตรียมตัวกลับบ้าน
------------------------------------------------
ตอนนี้แรกๆอาจจะดูคล้ายนิยายรักวัยรุ่นไปซะหน่อย ดูเพ้อๆนิดๆ มันก็เป็นธรรมชาติของเด็กรุ่นนี้เนอะ อยากให้พอรู้ที่มาที่ไปของตัวละครบ้างนิดหน่อย Part ต่อจะเริ่มเข้าเรื่องแล้วครับ ยังไงก็ติดตามกันด้วยนะครับ^^~
ตอนนี้แรกๆอาจจะดูคล้ายนิยายรักวัยรุ่นไปซะหน่อย ดูเพ้อๆนิดๆ มันก็เป็นธรรมชาติของเด็กรุ่นนี้เนอะ อยากให้พอรู้ที่มาที่ไปของตัวละครบ้างนิดหน่อย Part ต่อจะเริ่มเข้าเรื่องแล้วครับ ยังไงก็ติดตามกันด้วยนะครับ^^~
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น